บุกมินิมูร่าห์ฟาร์ม ดื่มนม-กินชีสควาย และศึกษาชีวิตฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์แบบยั่งยืน

By Errorlloyd

aDayoff หายหน้าหายตาไปหลายวัน เพราะผมต้องขอพักร่างจากการนั่งทำงานจนอาการปวดหลังกำเริบ  แต่เจ้าตัวน้อยที่บ้านบ่นอยากไปส่องสัตว์โลกก่อนเปิดเทอม ผมจึงเปิด Google ค้นหาข้อมูลที่เที่ยวในรัศมีการขับรถไม่เกิน 1.30 ชั่วโมง ไปเจอฟาร์มมินิมูร่าห์ ฉะเชิงเทรา ไม่รอช้า ออกเดินทางแต่เช้ากันเลย 

การเดินทางไปฟาร์มมินิมูร่าห์ ไม่ยากเลย ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ และเมื่อเลยสุวรรณภูมิไป 30 ก.ม. จะเจอทางเลี้ยวซ้ายออกไปฉะเชิงเทรา ขับไปถึงสามแยก บ้านโพธิ์ (มีไฟแดง) เลี้ยวขวา ขับรถไปสักพัก จะเจอทางเลี้ยวขวาเข้าฟาร์ม  ก้าวแรกที่เดินเข้าไป สิ่งที่สัมผัสได้คือ ความเงียบสงบ เพราะ วันนี้วันจันทร์ มีคนไปเที่ยว 4 ครอบครัวเท่านั้นเอง

ป้ายทางเข้ามินิมูร่าห์ฟาร์ม

การเที่ยวฟาร์มมินิมูร่าห์ มี 2 แบบ  แบบแรก คือ ไปเที่ยวชมสัตว์และเรียนรู้ชีวิตในฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์แบบยั่งยืน กับ แบบสอง คือ พาเด็กไปเข้า Workshop เช่น ลองดำนา ทำพิซซ่า ซึ่งวันนี้ ผมเลือกแบบแรกครับ

เมื่อเข้ามาภายในฟาร์ม ด้านหน้าจะเป็นคอกสัตว์ ใจกลางจะเป็นที่ตั้งร้านอาหารเครื่องดื่มและของที่ระลึก ด้านหล้งจะเป็นสระน้ำขนาดกลาง มีทางเดินเป็นวงกลมล้อมจากด้านหน้าไปด้านหลัง บรรยากาศร่มรื่น เด็กๆ สามารถวิ่งเล่นได้อย่างสนุกสนานและปลอดภัย มีกิจกรรมเรียนรู้การใช้ชีวิตในฟาร์มและ Workshop ที่น่าสนใจตลอดทาง มีที่นั่งพักผ่อน คุณพ่อคุณแม่สามารถอ่านป้ายที่อธิบายวิถีชีวิตในฟาร์มให้เด็กๆ ฟังเพื่อเป็นความรู้  ส่วนคอกควายมูร่าห์จะอยู่ค่อนไปทางด้านหลังซีกซ้าย และมีแปลงนาคู่ขนาน

พาเด็กสัมผัสชีวิตสัตว์ในฟาร์ม และลองให้อาหารด้วยตัวเอง

กิจกรรมที่เด็กๆ ชอบ คือ การให้อาหารสัตว์  ฟาร์มจำหน่ายแครอทสำหรับแพะ กระต่าย หมู และนมสำหรับปลาคาร์ฟ ฟาร์มเลี้ยงดูแลใส่ใจสัตว์ทุกตัวเป็นอย่างดี สัตว์ทุกตัวอ้วนท้วนแข็งแรงเพราะทางฟาร์มเติมอาหารตลอดเวลา ขนสวยเงางาม สะอาด

นอกจากสัตว์ที่มีสุขภาพดีแล้ว สัตว์ทุกตัวมีอารมณ์ดี ไม่ก้าวร้าว กระโจน ทางฟาร์มเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสความน่ารักในบ้านกระต่าย และสามารถเข้าไปให้อาหารกระต่ายอย่างใกล้ชิด กระต่ายนั่งยกขาหน้าถูมือเหมือนกับกำลังคำนับเชื้อเชิญให้เรามาเล่นด้วยกัน

ไฮไลท์ของฟาร์ม อยู่ที่คอกควายมูร่าห์ล่ะครับ เพราะเป็นที่มาของชื่อฟาร์ม และที่นี่เป็นที่เดียวในเมืองไทยที่เลี้ยงควายนมมูร่าห์ หน้าตาก็คล้ายควายไทยล่ะครับ แต่เขาจะสั้นกว่าและม้วนงอ จะดูยิ้มๆ ใจดี (ผมคิดไปเองเปล่าครับนี่!)  

เจ้าหน้าที่บอกว่าควายนมที่เลี้ยงในฟาร์มมินิมูร่าห์ คือ ลูกควายที่มีอายุ 4 เดือน – 2 ปี ยังไม่ถึงเวลาผลิตน้ำนม ส่วนตัวแม่ควายที่ให้นมจะอยู่ที่ฟาร์มอีกที่หนึ่ง ไม่ได้เปิดให้เข้าชม แต่หากต้องการชมก็ติดต่อเจ้าของฟาร์มล่วงหน้า (เก็บไว้รอบหน้าจะขอลุย “บิ๊กมูร่าห์ฟาร์ม”)  

มารู้จักควายนมมูร่าห์ 

เจ้าหน้าที่ให้ความรู้ว่า มูร่าห์ คือ ชื่อสายพันธุ์ควายนมที่เป็นที่นิยมเลี้ยงในยุโรป และอเมริกาใต้ ให้น้ำนมดีที่สุดในกลุ่มควายสายพันธุ์แม่น้ำ ชอบแช่น้ำ รักสะอาด ซึ่งต่างจากควายไทยที่เป็นควายปลัก เลี้ยงไว้ใช้งานในไร่นา และชอบเล่นปลักหรือโคลน

ควายมูร่าห์มีความขี้เล่น และชอบการหยอกล้อ! แต่ผมไม่ขอลองหยอกล้อน้องมูร่าห์หรอกนะครับ เพราะตัวใหญ่เหลือเกิน หากเขาล้อกลับ ผมคงจะวิ่งหนีไม่ทัน

เมื่อแม่ควายนมมูร่าห์อายุ 3-4 ปี ก็จะเข้าวัยเจริญพันธุ์ จะให้น้ำนมมากถึง 2,300 ลิตรต่อ 1 รอบ ด้วยธรรมชาติของควายมูร่าห์ที่เลี้ยงดูง่ายทนสภาพอากาศร้อนชื้นและหนาวได้ดี จึงไม่ต้องให้ฮอร์โมน ที่จะไปตกค้างในน้ำนมที่ผลิตออกมาให้พวกเรากิน 

ปริมาณโปรตีนและแคลเซียมจากน้ำนมควายมูร่าห์ สูงกว่าน้ำนมวัว แพะ  หรือแกะ และยังมีคลอเรสเตอรอลที่ต่ำกว่าด้วย เป็นอีกทางเลือกสำหรับเด็กๆ ที่แพ้น้ำนมวัว และดีสำหรับผู้สูงอายุและเด็ก

ได้ฟังแล้ว ก็อยากชิมขึ้นมาทันที ต้องไปลองกันล่ะ!

ดื่มนม – กินอาหารจากน้ำนมควายมูร่าห์

ฟังเรื่องควายนมมูร่าห์มาแล้วเกิดความสงสัยอยากลิ้มรสชาติ ก็ได้เวลาไปบุกคาเฟ่เพื่อชิมนมควายกัน รสชาตินมควายมูร่าห์เข้มข้นมากแต่ไม่มันเลี่ยน นอกจากนี้ ฟาร์มยังจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากนมควาย ได้แก่ พิซซ่า ไอศกรีม กาแฟนมลาเต้ ขนมปังอบ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์แปรรูปที่ใช้ในชีวิตประจำวัน อย่าง สบู่ โลชั่น อีกด้วย

วันนี้ มากันสามคน สั่งพิซซ่ามอสเซลเรลล่า  พิซซ่ามาการิต้า เพื่อลิ้มลองรสชาติชีสจากแม่นมควายมูร่าห์

เพิ่มชีสไหมคะ” พนักงานถามทันทีที่ได้รับออเดอร์พิซซ่า คล้ายกับว่าทุกคนที่มา จะสั่งเพิ่มชีสกันเป็นปกติ 

บริเวณหน้าร้านอาหารและคาเฟ่ใจกลางฟาร์มในคอนเชป “We’re not just homemade but we’re FARMMADE”

แต่วันนี้ ผมขอแบบธรรมดาตามสูตรก่อนนะครับ และคาดเดาไปว่า การไม่เพิ่มชีสจะได้พิซซ่ามีชีสแบบบางๆ แต่ที่ไหนได้เมื่อยกมาเสริฟแล้ว พิซซ่ามีหน้าชีสหนามาก อร่อยๆ เข้มข้นดีจริงๆ คุ้มค่าในราคา 250 บาทต่อถาด

อิ่มอร่อยทั้งอาหาร และกาแฟแก้วโปรดอย่าง ลาเต้นมควายมูร่าห์ แล้วก็ไปเดินเล่นกันต่อ  

เรียนรู้ชีวิตฟาร์มปศุสัตว์อินทรีย์แบบยั่งยืน

ฟาร์มมินิมูร่าห์ นับว่าเป็นศูนย์การเรียนรู้การทำปศุสัตว์อินทรีย์* (*หรือคำว่า Organic ในภาษาอังกฤษ) แบบครบวงจรและยั่งยืนของจริง ที่เริ่มกระบวนการการปลูกพืช การเลี้ยงสัตว์ ตลอดจนกระบวนการบริหารจัดการครบวงจร ทุกชีวิตค้ำจุนกันและกันแบบไม่รู้จบ และบริสุทธิ์ปลอดสารพิษ  โดยเราสามารถศึกษาได้จากป้ายที่ติดรอบฟาร์มในจุดต่างๆ 

มาดูสิว่าวันนี้ ผมได้เรียนรู้อะไรไปบ้าง

สถานีทำมูลไส้เดือน
ปุ๋ยมูลไส้เดือน

เริ่มต้นที่ควายมูร่าห์ เมื่อควายกินอาหาร จะถ่ายมูลออกมา มูลควายจะนำมาตากแห้งเป็นปุ๋ยคอกอินทรีย์  เป็นทั้งที่อยู่และอาหารของไส้เดือน ซึ่งจะผลิตมูลไส้เดือนออกมาอีกต่อหนึ่งเพื่อให้ฟาร์มนำไปใช้เป็นปุ๋ยให้กับต้นข้าวและผักสวนครัว  เมื่อต้นข้าวได้รับปุ๋ยที่มีคุณภาพดี ก็จะให้ผลิตผลที่มีคุณภาพ ฟางข้าวหลังการเก็บเกี่ยว ก็นำไปตากแห้ง เพื่อเป็นอาหารของแพะ ควาย เมื่อควายได้กินฟางข้าวคุณภาพดี ก็จะผลิตน้ำนมคุณภาพดีเป็นอาหารให้กับมนุษย์ ฟาร์มแห่งนี้ จึงมีวัฏจักรแห่งการพึ่งพาอาศัยที่หมุนเวียนไปไม่รู้จบ

สระน้ำถือเป็นแดนสวรรค์ ที่ลงเล่นน้ำของฝูงควายมูร่าห์เพื่อคลายร้อนแล้ว ยังทำให้ควายอารมณ์ดีส่งผลให้ผลิตน้ำนมได้เยอะ

เมื่อควายมูร่าห์เล่นน้ำก็จะถ่ายมูลลงในน้ำ กลายเป็นอาหารให้ปลาดุกอุยเทศที่อาศัยอยู่ในสระและช่วยบำบัดน้ำเสียไปในตัว และปลาดุกอุยเทศก็ยังเป็นอาหารของมนุษย์อีกด้วย นี่จึงเป็นระบบพึ่งพาอาศัยกันตามธรรมชาติอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากระบบพึ่งพาอาศัยข้างต้น ผมยังได้เรียนรู้วิถีธรรมชาติในการถนอมอาหารได้อีกด้วย  เราสามารถนำไข่ไก่มาหมักเป็นไข่เค็ม ด้วยวิธีการหมักกับเกลือสมุทร น้ำใบเตย ดินสอพอง และแกลบขี้เถ้า 

สนุกกับสวนเด็กเล่นตามธรรมชาติ 

เด็กคนไหนที่อยากเล่นสนุกในฟาร์ม ก็ขอเชิญมาสนุกสนานกับ Slider ชิงช้า และ ม้าโยกได้ โดยความพิเศษจะอยู่ที่ Slider ที่หาไม่ได้ในเมืองกรุง และถ้าคิดจะมาเล่น ขอแนะนำว่าจะต้องเตรียมเสื้อผ้ามาเปลี่ยน เอาผ้าขนหนูและอุปกรณ์อาบน้ำมาด้วย เพราะ Slider ที่นี่ คือSlider ดินกลางแปลงนา ลูกชายผมวิ่งขึ้นไปยอดเนินโคลนหลายรอบ อยากลื่นลงมา แต่ต้องห้ามใจ เพราะวันนี้ ผมไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามาให้ลูก ก็เลยอดกลิ้งลง ฝากไว้คราหน้าแล้วกัน

Slider โคลน

เอาล่ะ ไม่ได้เตรียมการเลอะเทอะเปรอะเปื้อนก็ไม่เป็นไร มานั่งชิงช้าม้าน้อย หรือขอนไม้ใต้ต้นจามจุรี แกว่งไกวรับลมเย็นๆ พร้อมดนตรีขับกล่อมสบายๆ ตลอดทั้งวัน  ชิงช้ามีแค่ 2 อัน ดังนั้นถ้าคนเยอะก็อาจต้องแย่งกันสักหน่อย ถ้าเด็กๆ รอไม่ไหวก็หันไปโยกม้าไม้ด้านข้างไป พลางๆ รอต่อคิวชิงช้าก่อนก็ได้ครับ

ชิงช้าใต้ต้นจามจุรี

วันนี้ ผมใช้เวลาอยู่ที่ มินิมูร่าห์ ฟาร์ม ครึ่งค่อนวัน เดินวนไปกว่า 5 รอบ เพลิดเพลิน เรียนรู้ ชีวิตในฟาร์มจนเกือบบ่ายสามโมงครึ่ง  ก็ได้เวลากลับบ้าน เพราะเกรงว่ารถจะติดขาเข้ากรุงเทพ  แต่กว่าจะออกไปได้จริงก็เกือบบ่าย 4 โมง เพราะลูกชายไม่ยอมกลับจนผมได้บอกว่า “แล้วเราจะมากันอีกนะ ไม่ไกลจากบ้านและสนุกดี”  จากนั้น ลูกชายจึงยอมกลับ และวิ่งโบกมือบ๊ายบายควาย แพะ หมู กระต่ายทีละคอกทีละเล้าวนไป 2 รอบ 

ก่อนกลับจึงชวนลูกชายไปถ่ายภาพที่หน้าทางเข้าฟาร์ม และผมก็ถามว่า 

“วันนี้ให้คะแนนฟาร์มมินิมูร่าห์เท่าไหร่ จากคะแนนเต็ม 10” ลิงตอบ: ให้ 20 ครับพ้ม!  สรุป ว่าพบกันใหม่นะ มินิมูร่าห์ ฟาร์ม

📍ที่ตั้ง 

มินิ มูร่าห์ ฟาร์ม 79/4 2, ถนน หนองแบน-ท่าข้าม หมู่ 5 ตำบล สิบเอ็ดศอก อำเภอบ้านโพธิ์ ฉะเชิงเทรา 24140 https://g.page/MiniMurrahFarm?share 

💳ค่าเข้า-ค่าบริการ

เข้าฟรี กิจกรรมราคา 150-250 บาท 

🚘การเดินทาง

เส้นทางมอเตอร์เวย์ และเมื่อเลยสุวรรณภูมิไป 30 ก.ม. จะเจอทางเลี้ยวซ้ายออกไปฉะเชิงเทรา ขับไปสักพักจะเจอสามแยก บ้านโพธิ์ (มีไฟแดง) ให้เลี้ยวขวา ขับรถไปสักพัก จะเจอทางเลี้ยวขวาเข้าฟาร์ม

📆เปิดทำการ

ทุกวัน 9.00 น. ถึง 19.00 น.

This entry was posted in EAT
Errorlloyd

เริ่มการท่องเที่ยวสะพายกล้อง มาตั้งแต่อายุ 29 ปี มิชชั่น คือ ทุกปีต้องเดินทางไปที่ที่ไม่เคยไป เพื่อค้นหาเรื่องราว เข้าใจที่มาที่ไป รู้จักชีวิตหรือความคิดของคนต่างถิ่น ทุกสุดสัปดาห์ จะต้องเสาะหาสถานที่เที่ยวที่สามารถเดินทางได้ใน 1 วัน และทุกวันหลังเสร็จจากภารกิจงานและชีวิต มุ่งหาสิ่งใหม่ๆ ให้กับตัวเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *