เมื่อพูดถึงวัดจีน เรามักนึกถึงการกราบสักการะเพื่อสิริมงคลเมื่อใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน หรือเพื่อไปแก้ชงตามปีนักษัตร ตอนนี้ก็ใกล้ช่วงตรุษจีนแล้ว Adayoff ขอพาทุกคนมาเที่ยววัดจีนใจกลางกรุงเทพฯ ย่านพระราม 3 วัดจีนที่เงียบสงบ เรียบง่าย เปี่ยมไปด้วยธรรม ไม่เจือปนเรื่องการบริหารจัดการทางโลก และไม่ตะโกนเรื่องราวหรือประวัติให้งมงาย แต่เต็มไปด้วยแก่นแห่งการปฏิบัติและศรัทธาที่ตั้งมั่นพัฒนา

วัดโพธิ์แมนคุณาราม เป็นวัดพุทธมหายานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ มีชื่อตามภาษาจีนว่า โพวมิ้งปออึงยี่ 普門報恩寺 ออกเสียงว่า Pǔmén Bào’ēn Sì มีความหมายว่า “วัดคือประตูแห่งความเมตตา และการตอบแทนพระคุณ เป็นชื่อที่สะท้อนคติพุทธมหายานเรื่อง ความกรุณา และกตัญญู มากกว่าความศักดิ์สิทธิ์เชิงอิทธิฤทธิ์
วัดแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นและออกแบบการก่อสร้างโดยพระสงฆ์จีนสายมหายาน ชื่อ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) ด้วยจิตศรัทธาของพ่อค้า ข้าราชการ และชาวไทยเชื้อสายจีน ปัจจุบัน วัดนี้เป็นศูนย์กลางการปกครองพุทธศาสนาจีนแบบมหายาน และมีเจ้าอาวาสมาแล้ว 3 องค์
ทัศนาสถาปัตยกรรม ฮวงจุ้ย และสวยงามเสมือนไปวัดจีนมหายานในต่างประเทศ
พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) มีความเชี่ยวชาญเรื่องฮวงจุ้ย จึงได้ออกแบบวัดโพธิ์แมนฯ ให้อยู่ในหลักวิชา คือ มีประตูทางเข้าจำนวน 5 ประตู เปรียบเหมือนม้าห้าตัวกำลังลากราชรถ โดยราชรถเปรียบ คือ พระอุโบสถ ที่มีพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้าเป็นประธาน และคงไว้ต้องความเรียบง่าย

ประตูกลางเข้าตรงไปที่มหาวิหารท้าวจตุโลกบาล ประตูสองข้างเป็นทางเข้าวิหาร เดินทะลุไปยังพระอุโบสถ ส่วนประตูสองบานซ้ายและขวาสุดเป็นเขตสังฆวาส และหลังพระอุโบสถเป็นที่ตั้งของวิหาร 3 แห่ง ได้แก่ วิหารบูรพาจารย์ วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ และวิหารพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ ขอพาเที่ยวชม 5 จุดสำคัญเอาใจทั้งสายมู และสายเที่ยวถ่ายภาพค่ะ



จุดที่ 1 สักการะพระศรีอารยเมตไตรยโพธิสัตว์ ไหวัเทพเจ้า และแก้ชง ที่มหาวิหารท้าวจตุโลกบาล





เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย (ปางบุ๋น) ส่งเสริมการค้าขายคล่องตัว และสติปัญญาในการหาเงินทอง
เทพเจ้าไท่ส่วยเอี๊ย เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตาทั้งหมด ไหว้พร้อมกันในช่วงตรุษจีนได้ การแก้ชง และการปัดเป่าเคราะห์ภัย
เทพเจ้าไท้ส่วยแฮกุง เทพเจ้าคุ้มครองดวงชะตาเฉพาะปี
เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี๊ย (ปางบู๊) ปกป้องทรัพย์สินไม่ให้รั่วไหล และควบคุมบริวาร

จุดที่ 2 ชมพระอุโบสถแบบวัดจีนทิเบต
ที่พร้อมด้วยพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าจากรัชกาลที่ 9
พระอุโบสถเป็นศิลปะที่ผสมผสานพุทธศิลปะไทย จีน และทิเบต หลังคา 3 ชั้น บนยอดฉัตรเจดีย์สูงสุดเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ โดยรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินประกอบพิธียกยอดฉัตรเจดีย์ด้วยพระองค์เอง และยังทรงพระราชทานตรา ภปร. มาประดิษฐานที่หน้าบันพระอุโบสถอีกด้วย






ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระประธานทำจากทองเหลืององค์ใหญ่ “พระพุทธวัชรโพธิคุณ” ซึ่งรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานนามให้ เมื่อปี พ.ศ. 2514 ด้านข้างของพระประธานมีมังกรสีทองพันเสาสีแดง ดูสง่างามและน่าเกรงขาม หากเงยหน้ามองขึ้นไปบริเวณชั้นหลังคาจะเห็นพระพุทธรูปจำนวน 1,000 องค์เรียงราย ฝาผนังทั้งสองข้างเป็นจิตรกรรมกระเบื้องโมเสกรูปพระอรหันต์ 500 องค์







จุดที่ 3 รำลึกในเมตตาของพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) ที่วิหารบูรพาจารย์ พระมหาเถระนักพัฒนาและเผยแพร่นิกายมหายานในประเทศไทยให้เป็นรู้จักกว้างขวาง
พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2444 ชื่อเดิม คือ อึ้ง ธง เกิดในครอบครัวขุนนางในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน เคยรับราชการทหารและเป็นคนสนิทของประธานาธิบดีเจียง ไคเชก ต่อมาในปี พ.ศ. 2470 ท่านตัดสินใจเดินทางมาศึกษาและปฏิบัติธรรมในประเทศไทย เนื่องจากเกิดความหน่ายทางโลก

ท่านเดินทางมาไทยเมื่ออายุย่างเข้า 26 ปี และแสวงหาที่ศึกษาพระธรรม จนได้บวชที่สำนักสงฆ์ถ้ำประทุน (เช็งจุ้ยยี่) จังหวัดสระบุรี ในปี พ.ศ. 2471 ได้รับฉายาว่า “โพธิ์แจ้ง” ฝึกปฏิบัติธรรมจนแตกฉาน ช่วยเหลือประชาชนผู้เจ็บป่วย และมีเมตตาต้องการพาผู้คนให้หลุดพันจากทุกข์
ท่านได้จาริกแสวงธรรมไปยังประเทศจีน ทิเบต และสิงคโปร์หลายครั้ง เพื่อศึกษาพระไตรปิฎกและเผยแผ่พระพุทธศาสนา รวมถึงเรียนรู้ปรัชญาและวิชาการต่างๆ ก่อนจะกลับมาพำนักในประเทศไทยอย่างถาวรเมื่อปี พ.ศ. 2493 ต่อมาได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เย็น และวัดมังกรกมลาวาส ก่อนจะสถาปนาสร้างวัดโพธิ์แมนคุณาราม และโรงเรียนวัดโพธิ์ทัตราชวิทยาลัย จังหวัดชลบุรี

พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรได้อุทิศกำลังกายและปัญญาเพื่อพระพุทธศาสนาตลอดระยะเวลาที่อยู่ใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ผลงานสำคัญคือการสร้างวัดโพธิ์แมนแห่งนี้ ซึ่งเป็นวัดพุทธจีนนิกายมหายานที่มีความวิจิตรด้วยศิลปะจีนและทิเบต ผสมผสานกับรากวัฒนธรรมชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เพื่อสร้างความมั่นคงแก่คณะสงฆ์จีน และให้ได้รับการยอมรับในสังคมไทยในฐานะส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทย
ครั้งหนึ่งมีศิษย์ถามท่านว่า ไม่เหนื่อยหรือที่ต้องตรากตรำทำงานหนักทั้งวัน ท่านตอบว่า
ไม่เหน็ดเหนื่อยและไม่ย่อท้อ เพราะเรามาอาศัยเกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในร่างกายนี้ เวลาทั้งหมดสั้นเหมือนลูกธนูที่ถูกปล่อยออกจากคัน เวลาของเรามีไม่มากพอที่จะปล่อยให้สูญเปล่า เราได้เตรียมหีบศพ เจดีย์ และจัดการเรื่องตำแหน่งหน้าที่และทรัพย์สินไว้เรียบร้อยแล้ว


พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตรมรณภาพด้วยโรคโลหิตอุดตันในสมอง เมื่อปี พ.ศ. 2529 รัชกาลที่ 9 พระราชทานเลื่อนชั้นเกียรติยศศพเป็นโกศแปดเหลี่ยม เทียบเท่าพระราชาคณะเจ้าคณะรอง (สองลำดับถัดจากสมเด็จพระสังฆราช)
จุดที่ 4 สักการะพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ที่มีอายุ 1,300 ปี และพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์
หลังพระอุโบสถ จะมีวิหารเรียงราย 3 แห่ง ด้านขวา เป็นที่สักการะพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ หรือ พระกวนอิมโพธิสัตว์ วัตถุโบราณ ปางพันมือพันตา แกะสลักด้วยไม้จันทน์หอม อายุประมาณ 1,300 ปี สร้างในสมัยราชวงศ์ถัง จากประเทศจีน ส่วนทางซ้าย จะเป็นวิหารพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์


จุดที่ 5 ชมตำราจีนเก่าแก่ ดูมีมนต์ขลังที่ห้องสมุดวัดโพธิ์แมน



ตรุษจีนปีนี้ ถ้ามีโอกาส แวะมาสักการะพระพุทธวัชรโพธิคุณ พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) ไหว้เทพเทวดา เพื่อเสริมสิริมลคล และยังสามารถแก้ชงให้ไม่เครียดไม่กังวลกันที่วัดโพธิ์แมนคุณาราม (โพวมิ้งปออึงยี่) ตั้งอยู่เลขที่ 323 ซอยสาธุประดิษฐ์ 19 ถนนสาธุประดิษฐ์ แขวงช่องนนทรี กรุงเทพมหานคร

แหล่งข้อมูลอ้างอิงที่นำมาเรียบเรียง
- วัดโพธิ์แมนคุณาราม https://th.wikipedia.org/wiki/วัดโพธิ์แมนคุณาราม
- พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร (โพธิ์แจ้ง) https://th.wikipedia.org/wiki/พระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร_(โพธิ์แจ้ง)
- Facebook page ศาลพระโพธิสัตว์กวนอิม ทุ่งพิชัย ประวัติพระมหาคณาจารย์จีนธรรมสมาธิวัตร









