
เปิดปฐมบทใหม่ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยในกรุงเทพ กับความโดดเด่นของสถาปัตยกรรมทรงกรวยและตึกหมวกสามเหลี่ยม ที่สร้างปรากฎการณ์การแชร์ในโซเซียลมีเดียกันกว้างขวางผ่านสื่อชั้นนำ กลุ่มครีเอทีฟ ศิลปิน และนักเที่ยวสายชิวเอ้าท์ถ่ายรูป สถานที่แห่งนี้ คือ dib Bangkok “ดิบ บางกอก” พิพิธภัณฑ์สมัยร่วมสมัยนานาชาติ ตั้งใจกลางกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนพระราม 4 ซอยหลังมหาลัยกรุงเทพ


dib Bangkok เกิดจากความฝันของคุณเพชร โอสถานุเคราะห์ (เกิด ม.ค. 2503 – ถึงแก่กรรม ส.ค. 66) นักร้องศิลปินเจ้าของเพลง “เพียงชายคนนี้” อดีตผู้บริหารโอสถสภา อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยกรุงเทพ มีความมุ่งมั่นวางรากฐานของวงการศิลปะ วัฒนธรรม และการศึกษาของประเทศชาติ จึงได้ซื้อโกดังเก็บเหล็ก 3 ชั้น ยุค 1980s ในย่านพระราม 4 และมอบหมายให้ WHY Architecture สานฝันดัดแปลงโกดังนี้ ให้เป็นพิพิธภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “ดิบ” ที่ยังคงอัตลักษณ์ของอาคารเดิม แต่ประยุกต์การออกแบบให้เป็นปัจจุบัน

ความโดดเด่นของ dib Bangkok ไม่ได้มีเพียงแค่การออกแบบสถาปัตยกรรม แต่ผลงานทุกชิ้นที่คัดสรรมาแสดงที่นี่นั้น ต่างก็มีโดดเด่นในเรื่องความดิบไม่แพ้กับ กล่าวคือ ผลงานแต่ละชิ้นนั้น ส่งอินเนอร์เต็ม สะท้อนมุมสังคมที่พวกเราจำยอมรับหรือต้องมองข้าม และเล่าชีวิตประจำวันที่เรียบง่าย (Slice of Life) แต่เปี่ยมไปด้วยความหมายที่่ควรจดจำหรือความเจ็บปวด ทำใหั dib กลายเป็นมากกว่าการสถานที่แสดงผลงานศิลปะร่วมสมัยธรรมดาแห่งหนึ่ง แต่เป็นแหล่งรวมจิตวิญญาณของศิลปะร่วมสมัย จากศิลปินชาวไทย และนานาประเทศ อาทิ เอเซีย อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย เมื่อเช้าไปเยี่ยมชม เราจึงได้รับประสบการณ์การที่แตกต่างจากการไปพิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยอื่นๆ ในกรุงเทพ
รีวิวผลงานแนะนำต้องชมในนิทรรศการเปิดตัว dib Bangkok ภายใต้ธีม “ล่องไม่หน” (IN)VISIBLE PRESENCE จาก 40 ศิลปินศิลปะร่วมสมัยจากนานานประเทศ
1. Der verlorene Buchstabe (ตัวอักษรที่หายไป), 2562 โดย แอนเซล์ม คีเฟอร์ ชาวเยอรมัน สะท้อนยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในเยอรมัน ผ่านเครื่องพิมพ์ที่ต้องปิดตัวลง

2. รวมผลงานของมณเฑียร บุญมา (เกิด 2496 – ถึงแก่กรรม 2543) สัมผัสความเจ็บปวดของผู้ชายคนหนึ่งที่สูญเสียหญิงที่ตนรัก และการหาคำตอบของการมีชีวิตอยู่หลังการสูญเสีบยผ่านศิลปะสื่อผสมด้วย รูป กลิ่น เสียง




3. Incubate, 2010 โดยสุโพธ คุปตา ชาวอินเดีย สะท้อนอิทธิพลของอาณานิคมตะวันตกในประเทศอินเดียผ่านปิ่นโตและโคมระย้า

4. THE LOVER´S BED, 1990 โดยริเบคก้า ฮอน ชาวเยอรมัน ถ่ายทอดห้วงเวลาสุดท้ายของผู้ป่วยโรคเอดส์ผ่านโครงเตียงอันว่างเปล่าและผีเสื้อ

5. Future, 2015.11.14 – 2040.5.25 โดยโนบุโยชิ อารากิ การหาพิสูจน์และหาคำตอบของชีวิตของเขาในวันนี้และอนาคต ผ่านภาพถ่ายสไลด์โชว์และตู้ไฟ

6. The Unheard Voice เสียงพูดที่ไม่ได้ยิน, 2538 โดยสมบูรณ์ หอมเทียนทอง ศิลปินชาวไทย ที่ให้คุณค่ากับสิ่งที่ถูกมองข้ามทางวัฒนธรรม

7. บทสนทนาระหว่างคนน้ำท่วมปาก กับคนหัวขี้เลื่อย โดยจักรพันธ์ วิลาสินีกุล ศิลปินชาวไทย ผลงานที่ (ไม่ได้)ยินเสียง

8. Daijeon, Summer ofd 2023, 2566 โดยจินจุน ลี ศิลปินชาวเกาหลี สื่อผสมสะท้อนอารมณ์ในแต่ละวันด้วยการสร้างสรรค์จาก AI บนจานเพ้นส์วงกลมคล้ายแผ่นเสียง ส่งภาพไปยังจอโปรเจอเตอร์ ให้เกิดภาพวาดแสง ผนวกเสียงเพลงอันเป็นอารยะแห่งเกาหลี

9. Emotional Machine (VW), 2543-2544/2545/ (Permanently Damage) 2568 โดยสุรสีห์ กุศลวงศ์ งานสื่อผสมภายใต้แนวเชป Poor Art หรือ การนำสิ่งของรอบตัวมาสร้างสรรค็เป็นงานศิลปะเพื่อสะท้อนวิถีชีวิต แนะนำให้นอนในรถโฟล์ค เพื่อหาคำตอบที่ศิลปินต้องการถ่ายทอด

10. The Sunrise from a Small Window โดย Sho Shibuya ศิลปินชาวญี่ปุ่น สะท้อนเฉดสีสื่อความรู้สึกผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ประจำวันที่มีเหตุการณ์สำคัญของโลกที่โถงชั้น 2




แหล่งข้อมูล “เพชร โอสถานุเคราะห์” กลางทางฝัน “Dib Bangkok” ศูนย์ศิลปวัฒนธรรม https://www.thansettakij.com/news/general-news/573594
