Adayoff ขอบันทึกประสบการณ์ และภาพความทรงจำกับการไปเที่ยววิจิตรเจ้าพระยา 2568 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 กับการการแสดงโดรน และพลุ

พอเข้าเทศกาลเฉลิมฉลอง ต่อมท่องเที่ยวสะพายกล้องกลับมาทำงานอีกครั้ง ขณะค้นหาที่เที่ยวก็มาได้ยินเรื่องงานวิจิตรเจ้าพระยา ใจไปเที่ยวแล้วล่ะ แต่เกรงว่าร่างกายจะไม่แข็งแรงพอ เลยลังเลพอสมควร แต่สุดท้ายอดรนทนไม่ได้ เช้าวันที่ 23 ธันวาคม ตัดสินใจสละภารกิจทั้งหมด และรีบเก็บงานที่ทำงานให้เสร็จก่อนเวลา และมุ่งหน้าไปจอดรถที่บ้าน และ Take Grab ไปท่าเรือวัดกัลยาณมิตรฯ

ไปถึงเวลา 17.00 น. สองเท้าก้าวเดินไปตามทางเดินริมตลิ่งเจ้าพระยาจากวัดกัลยาณมิตรไปสะพานพุทธ เจอคนมาจับจองบริเวณริมน้ำพร้อมเก้าอี้สนามเหมือนมานั่งปิคนิค เดินวนๆ ได้สักพัก ก็ตัดสินใจเดินกลับไปที่ท่าเรือเพราะตรวจสอบมุมมองแล้ว น่าจะเป็นจุดถ่ายภาพที่ครอบคลุมที่ดีที่สุดตามคำเล่าลือของช่างภาพในโลกโซเซียล


เดินไปถึงก็ต้องเกือบผิดหวังเพราะว่าเหล่าช่างภาพมือโปรมาตั้งขากล้องจนเต็มไปหมดและไ่ม่มีที่แทรกยืน ในขณะที่กำลังจะถอดใจ ก็เจอเพื่อนเก่าที่เป็นช่างภาพโพสต์ทูเดย์ เขาก็ชวนมายืนด้วยกันและสลับกันเฝ้าขาตั้งกล้องผลัดกันไปหาข้าวกินและเข้าห้องน้ำ ในขณะที่กำลังนั่งเหงารอพลุอีก 3 ชั่วโมง ก็ได้เจอเพื่อนใหม่ 2 คนมานั่งเป็นเพื่อนกัน น้องๆ เป็นคุณครูที่เตรียมอุดม ได้พูดคุย แลกเปลี่ยนชีวิต และที่สำคัญ น้องๆ ใจดีมากให้เรายืมที่ Charge Battery มือถือ เรียกได้ว่ามาเที่ยวเดี่ยวก็ได้เพื่อนใหม่สมกับชื่อสถานที่วัดกัลยาณมิตรจริงๆ
ช่วงรอสามชั่วโมงนั้น เรามีความพะวักพะวนพอสมควร เพราะการมาออกทริปครั้งนี้เป็นการถ่ายภาพพลุครั้งแรก และเราไม่มีประสบการณ์เลย และยังไปกับกล้องมือถือ 1 ตัว Mi14 Ultra และขาตั้งกล้อง ตัดสินใจไม่เอา SLR Nikon ออกไปเพราะประเมินตัวเองแล้วว่า จะแบกน้อง Nikon เขาและขาตั้งขากลับไม่ไหวเนื่องจากต้องเดินออกมาจากวัดไปหารถโดยสารไกล ไม่เป็นไร แต่ใจสู้ เข้า Mode Pro (หรือ Manual) ใช้หลักการ ISO ต่ำ Aperture สุงสุดที่น้องมี่ (Mi) ทำได้ และตบ Speed ช้าที่สุดที่จะทำได้ ไ่ม่เสียภาพรวม
เวลาผ่านไป จนได้เวลา 20.45 น. ที่รอคอยได้เวลาการแสดงโดรนและพลุ และเราก็เก็บภาพมาได้ดังนี้ ชมกันและแนะนำกันได้เลยค่ะ
รวมภาพการแสดงโดรนวิจิตรเจ้าพระยาอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568
(ภาพเรียงตามตามลำดับการแสดง)














รวมภาพลุวิจิตรเจ้าพระยาอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568 (วันสุดท้าย)









สรุป ยืนรอ 3 ชั่วโมง เพื่อแลกกับการแสดง 15 นาที บวกตัวเกร็งเพราะต้องควบคุมอุปกรณ์ให้เก็บภาพให้ทันและดีที่สุด และจบด้วยการเดินอีก 30 นาทีออกจากวัดที่คนเบียดเสียดกว่าจะหา Grab ได้ แต่ก็คุ้มจริงๆ กับประสบการณ์การเรียนรู้การถ่ายภาพ และเจอเพื่อนใหม่ที่วัดกัลยาณมิตร ปีหน้าพบกันใหม่ (ขอแก้มือถ่ายพลุตกเฟรม 🙂



